เหมือนดั่งฟ้าที่ผ่าลงกลางสโมสรเชลซี ในขณะเดียวกันทางด้านนอกสนามของสแตมฟอร์ด บริดจ์ มีสื่อกีฬาจากหลายสำนักกำลังรายงานข่าวสดเป็นจำนวนมาก และในตอนนั้นเองก็มีกลุ่มสาวกที่มายืนรอด้วยอาการผิดหวังโดยในนั้นบินตรงจากประเทศมาเลเซียมาเพื่อความฝัน

“ผมตั้งใจบินมาจากประเทศมาเลเซียเพื่อหวังจะได้เข้าชมเดินทัวร์สนามและต้องการซื้อสินค้าที่ระลึกจากสโตแต่พอมาถึงกลับไม่ได้เข้า เจ้าหน้าที่บอกว่าวันนี้ได้มีการปิดกะทันหัน”หนุ่มผิวสีแทนจากแดนเสือเหลืองได้กล่าวเอาไว้

“ตัวผมเองก็ซื้อตั๋วเกมที่ทีมเชลซี ดวลกับ นิวคาสเซิ่ล ในวันอาทิตย์นี้ไว้แล้วด้วย และยังไม่รู้เลยว่าตั๋วที่ซื้อมาจะได้เข้าสนามในศึกนั้นหรือเปล่า นี่เป็นสถานการณ์ที่ทำให้กังวลที่สุดนับแต่เชียร์ทีมนี้มาจนปัจจุบัน และบางทีเราก็อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

และเมื่อผมเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ในสโมสรตรงทางเข้าก็ได้รับการอธิบายต่อสิ่งที่เกิดขึ้นว่าตอนเช้าทุกอย่างยังเปิดปกติไม่ว่าจะชมสนามหรือว่าเมกกะ สโตที่อยู่ทางด้านในของสโมสร โดยก็ยังมีแฟนบอลสิงโตสีน้ำเงินเดินทางมาปกติ หลังจากนั้นชั่วโมงกว่าๆก็โดนคำสั่งให้ปิดทุกอย่างลง

นี่คงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของอนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะลงเอยอย่างไรของเชลซี ล่าสุดเมื่อได้มีคำสั่งจากรัฐบาลของอังกฤษที่อายัดทรัพย์สินของโรมัน อบราโมวิช จึงส่งผลกระทบโดยตรงกับสโมสร ไม่ว่าในเรื่องห้ามขายตั๋วใดๆ(ยกเว้นพวกถือตั๋วปีอยู่แล้ว), สั่งห้ามขายสินค้าที่ระลึก, ห้ามซื้อขายผู้เล่น, และห้ามต่อสัญญานักเตะออกไปและยังรวมถึงมีการตั้งงบไว้จำกัดแค่20,000ปอนด์ ในยามทีมจะต้องออกไปเตะเกมเยือน

แต่ทีมก็ยังคงเข้าแข่งขันได้ตามปกติทั้งสามรายการ-พรีเมียร์ลีก,เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่แน่นอนว่าข่าวใหญ่นี้ต้องมีผลหลายอย่างแน่นอนต่อทุกคนที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดก็ได้มีการยกเลิกการแถลงข่าวก่อนเกมวันอาทิตย์นี้โดยเดาว่าคงอาจจะกลัวนักข่าวจะถามในเรื่องไม่ควรให้โธมัส ทูเคิ่ลตอบ

ล่าสุดได้มีการเปิดเผยตัวเลขในบัญชีและมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยตกถึง 50 ล้านต่อเดือน ซึ่งตัวเลขนี้ได้รวมหมดทุกๆอย่าง ขณะที่ตัวเลขของการหักภาษีของพวกเขาก็ได้ขาดทุนไป148.8ล้านปอนด์ในปีล่าสุด ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะปล่อยให้ทุกอย่างคาราคาซังอยู่แบบนี้เนื่องจากทีมต้องการเม็ดเงินเข้ามาสนับสนุน

แต่เชลซียังคงสามารถขายสโมสรให้กลุ่มทุนอื่นได้ถ้าหากไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับอบราโมวิช(เจ้าตัวเองก็เคยได้กล่าวเช่นนั้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในตอนที่ประกาศขายทีม)

ปัจจุบันได้มีกลุ่มทุนจากหลายประเทศทั้งสหรัฐอเมริกา, ซาอุฯ, แอฟริกา หรือในอังกฤษเองที่ให้การสนใจเข้ารับไม้ต่อจากเสี่ยหมี แต่คงต้องมีการต่อรองราคากันใหม่

จากการที่ อบรา โมวิช เข้ามาบริหารทีมร่วม20ปีโดยภายในทีมเองก็มีแต่ลูกน้องคนสนิทกับคนที่เขาไว้วางใจแทบทั้งหมด ตั้งแต่บรู๊ซ บั๊ค, , ยูจีน เทนเนาเบาม์ , มารีน่า กรานอฟสกาย่า กับอีกหลายคนจึงได้มีการลือกันว่าพวกเขาที่กล่าวมาทั้งหมดเตรียมพร้อมจะออกจากรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์พร้อม’เจ้านาย’หรือคนที่เข้ามาเป็นเจ้าของคนใหม่ก็อาจไม่ต้องการใช้งานคนเหล่านี้อีก

โครงสร้างทีมที่เคยแข็งแรงที่สุดจากด้านบนลงสู่ด้านล่างก็ย่อมมีสั่นสะเทือนมากน้อยตามกัน นี่ยังไม่ต้องไปคิดถึงเก้าอี้ของ ทูเคิ่ล กับพวกผู้เล่นทั้งหลายโดยมีตัวหลักบางคนที่สัญญากำลังจะหมดลงอีกด้วย

เชลซีคงจะต้องรีบหาเจ้าของใหม่โดยเร็วที่สุดเพราะหลังจากนี้ไม่สามารถปล่อยให้ทีมแบกภาระที่มีแต่รายจ่ายเยอะมากได้นาน ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครที่จะสามารถออกมายืนยันได้ว่าจะเมื่อไรและเมื่อวันนั้นมาถึงจะทำได้ดีเหมือนอบรา โมวิช หรือไม่